รัฐบาลออสเตรเลียฟ้องบริษัทเฟซบุ๊ก นำข้อมูลของผู้ใช้งานในวีพีเอ็นไปใช้ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ว่าคณะกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภคและการแข่งขันของออสเตรเลีย ( เอซีซีซี ) ออกแถลงการณ์เมื่อวันพุธ ฟ้องบริษัทเฟซบุ๊กและบริษัทในเครืออีก 2 แห่ง คือเฟซบุ๊ก อิสราเอล  และโอนาโว อิงค์ ฐานเจตนาชี้นำผู้บริโภค “ในทางที่ผิด” ด้วยการให้ดาวน์โหลดฟังก์ชัน “เครือข่ายส่วนตัวเสมือน” ( วีพีเอ็น ) ซึ่งมีการเก็บข้อมูลของผู้ใช้งาน “อย่างละเอียด”
 
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่โอนาโวรวบรวมได้ผ่านวีพีเอ็นของโอนาโว ที่มีการโฆษณาว่าไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย รวมถึงรายละเอียดส่วนบุบคล และประวัติการใช้งานเฟซบุ๊กนั้น มีการส่งต่อไปใช้ “สนับสนุน” งานวิจัยด้านการตลาดของเฟซบุ๊ก โดยเอซีซีซีตรวจสอบพบว่า สำนักงานใหญ่ของเฟซบุ๊ก ในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐ เฟซบุ๊ก อิสราเอล และโอนาโว ร่วมกันใช้ข้อมูลดังกล่าวระหว่างเดือน ก.พ. 2559 ถึง ต.ค. 2560

แม้วีพีเอ็นที่ให้บริการโดยโอนาโวปิดตัวอย่างถาวร เมื่อปี 2562 แต่สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นการทำลายความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อบริการนี้ เนื่องจากหนึ่งในวัตถุประสงค์หลักของการที่ผู้บริโภคเลือกใช้งานวีพีเอ็น เป็นเพราะคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวบนโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เฟซบุ๊กพยายามประชาสัมพันธ์ แต่ในทางกลับกัน บริการวีพีเอ็นของโอนาโวกลับกลายเป็นช่องทางส่งข้อมูลส่วนบุคคลถึงเฟซบุ๊ก และยังมีการนำไปใช้งานเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจอีก ขณะที่บริษัททั้งสามแห่งซึ่งถูกกล่าวหา ยังปฏิเสธให้ความเห็นอย่างเป็นทางการ