เริ่มต้นขายของออนไลน์ ขายอะไรดี ? ในยุคนี้ใคร ๆ ก็อยากขายของออนไลน์กันทั้งนั้น เพราะนอกจากไลฟ์สไตล์ในการช็อปปิ้งของลูกค้าจะเปลี่ยนมาอยู่ในโลกออนไลน์มากขึ้น การขายของออนไลน์ยังสร้างรายได้สร้างกำไรอย่างเป็นกอบเป็นกำให้กับพ่อค้าแม่ค้ามากหน้าหลายตา

หลายคนเข้ามาลิ้มรสส่วนแบ่งในรูปแบบอาชีพเสริม แต่อีกหลาย ๆ คนเอาจริงเอาจังสร้างเป็นรายได้หลักหล่อเลี้ยงตัวเองร่ำรวยกันเลยทีเดียว แต่สิ่งที่ยากที่สุดที่ฉุดรั้งฝันหวานแสนโอชะนี้กลับอยู่ที่ขั้นตอนแรกสุดในการขายนั่นก็คือ “ไม่รู้ว่าจะขายอะไรดี” ในวันนี้เรามีวิธีง่าย ๆ ในการเลือกขายสินค้าออนไลน์มาแนะนำให้กับผู้สนใจอยากผันตัวมาขายของครับ เพื่อจะได้หมดคำถามหมดข้อข้องใจที่ว่า “แล้วจะขายอะไรดี” ตามมาดูกันเลยครับ
ก่อนจะเลือกว่าจะขายอะไร มาทำความเข้าใจกับปัจจัยที่จะกำหนดว่าคุณจะขายสินค้าได้หรือไม่

ถ้าจะแนะนำขั้นตอนการเลือกสินค้าที่จะมาขายก่อนจะพูดถึงปัจจัยที่จะกำหนดการขายก็ดูจะข้ามขั้นตอนไปสักนิด ฉะนั้นเรามาดูกันเสียก่อนครับว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่จะกำหนดอนาคตในการขายของคุณ

1. สินค้า นี่แหละปัจจัยแรกสุดที่ต้องคำนึงถึง จะรุ่งหรือจะร่วงอยู่ที่สินค้าเป็นอย่างแรก การเลือก สินค้ามาขายคุณควรที่จะคำนึงถึง

-คุณภาพต้องมาก่อนสิ่งใด ถ้าสินค้าที่คุณขายเป็นของดีมีมาตรฐาน คุณก็เก็บดอกเก็บผลในวงการ ขายออนไลน์กันไปยาว ๆ แต่ถ้าคุณเอาของไม่ดีมาขาย คุณก็เก็บร้านกลับบ้านกันไปยาว ๆ เช่นกัน

-ราคา ปัจจัยนี้มีส่วนสำคัญในการอยู่รอดของคุณ ราคาที่คุณตั้งเมื่อเทียบกับคู่แข่งแล้วเป็นอย่างไร สูงกว่าหรือต่ำกว่าครับ แต่ขณะเดียวกันคุณเองก็ต้องนำเอาปัจจัยด้านต้นทุนมาคิดด้วยว่าเมื่อหักกลบ ลบหนี้แล้วมันเหลือเป็นกำไรหรือเปล่า

-แพ็คเกจ เรื่องของแพ็คเก็จก็สามารถกำหนดยอดขายได้เช่นกัน ถ้าสินค้าของคุณมีแพ็คเก็จที่สะดุด ตาย่อมเป็นที่ดึงดูดความสนใจของลูกค้าได้ง่ายครับ

2. ลูกค้า มีสินค้าแล้วไม่มีลูกค้าก็ไม่รู้จะเอาไปขายใครจริงไหม นอกจากตัวสินค้าลูกค้าเองก็คืออีก ปัจจัยสำคัญที่กำหนดอนาคตคุณ ซึ่งมีอะไรบ้างมาดูกันครับ

-ความต้องการของลูกค้า ของที่จะเอามาขายเป็นสิ่งที่เป็นที่ต้องการของลูกค้าหรือไม่หรือเป็นความ ต้องการของเราเอง ถ้าคุณเลือกของที่คนอื่นต้องการคุณก็ขายได้แต่ถ้าคุณเลือกจากสิ่งที่คุณต้องการ ของนั้นก็เอาไว้ขายคุณแค่คนเดียว

-ตอบโจทย์การแก้ปัญหา ยิ่งสินค้านั้นตอบโจทย์หรือช่วยแก้ปัญหาบางเรื่องให้กับลูกค้า สินค้านั้นก็ มีโอกาสขายดิบขายดี

-ความพึงพอใจ ส่วนนี้คือเรื่องของอารมณ์ล้วน ๆ แม้สินค้าจะเป็นที่ต้องการและตอบโจทย์เพียงใด แต่ถ้าลูกค้าไม่พอใจเขาก็ไม่ซื้อ นี่จึงเป็นปัญหาที่คุณต้องขบให้แตกครับ

3. การตลาด มีของแต่ไม่รู้การตลาดก็แทบปิดประตูรวย การตลาดที่ต้องคำนึงถึงมีดังนี้

–ช่องทางจำหน่ายหรือช่องปล่อยของ ว่าคุณมีช่องทางนี้มากน้อยเพียงใด ตรงกับช่องทางที่จะเข้าถึง ลูกค้าหรือไม่

-การทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ คือช่องทางที่จะนำเสนอตัวเองให้ลูกค้าเห็น ไม่ว่าจะในเฟซบุ๊ก, Google, หรือ IG คุณจำเป็นต้องมีงบในด้านนี้ไว้เลย เพราะถ้าไม่มีงบโฆษณาประชาสัมพันธ์ โอกาส ที่คุณจะขายของสำเร็จก็ยาก

–เครื่องมือทำการตลาดออนไลน์ ปัจจุบันมีหลากหลายเครื่องมือให้เลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก การทำ SEO หรือการทำ CRM เครื่องมือเหล่านี้มีส่วนช่วยทั้งการหาลูกค้าใหม่และรักษาลูกค้าเดิมครับ

4. การบริการ สินค้าที่ดีต้องมาพร้อมการบริการที่ดี ถ้า 2 สิ่งนี้ไม่ไปด้วยกัน คุณมีโอกาสจบเห่เอา ง่าย ๆ การบริการแบ่งได้เป็น

-การบริการก่อนการขาย คุณต้องสร้างความประทับใจและความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า สินค้าของคุณ จึงจะมีสิทธิขายได้

-การบริการระหว่างการขาย มักจะมาในรูปแบบของการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หากคุณให้ ข้อมูลเพิ่มเติมได้ละเอียด และตอบข้อซักถามได้เป็นที่น่าพอใจคุณก็ปิดการขายได้ง่าย

-การบริการหลังการขาย การขายจะสำเร็จอย่างง่ายดายถ้าลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำหรือบอกต่อ คุณต้อง สานความสัมพันธ์กับลูกค้าเหล่านี้ไว้ให้ได้ แล้วของของคุณจะขายได้ไม่รู้จบครับ